Last Christmas หนังโรแมนติกคอมเมดี้กับประเด็นผู้ลี้ภัย, คนชายขอบและ Brexit

Last Christmas หนังโรแมนติกคอมเมดี้

กับประเด็นผู้ลี้ภัย, คนชายขอบและ Brexit


เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากภาพยนตร์ไทยอย่าง Heartbeat เสี่ยงนัก รักมั้ยลุง ที่เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้จะเข้าฉายแล้ว ยังมีภาพยนตร์อีกเรื่องที่มาจากทางฝั่งตะวันตกนั่นคือ Last Christmas ภาพยนตร์ฟีลกู๊ดแนวเดียวกัน  ที่นำแสดงโดยเอมิเลีย คลาร์ก, เฮนรี โกลด์ดิ้ง, มิเชล โหย่ว และเอ็มม่า ทอมป์สัน นอกจากความสดใส อบอุ่นหัวใจที่เข้ามาเติมเต็มเทศกาลแห่งความสุขแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน ประเด็นที่ว่านั้นคือ ประเด็นเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย, คนชายขอบ และ Brexit ประเด็นร้อนของประเทศอังกฤษและทวีปยุโรป

เริ่มต้นจากตัวละคร เคท หรือแคทาริน่า ที่แสดงโดยเอมิเลีย คลาร์ก ตัวละครนี้เป็นชาวยูโกสโลเวีย ที่ภายในเรื่องให้ข้อมูลว่าเธอและครอบครัวอพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่ เพื่อหลบหนีจากภัยสงคราม เนื้อเรื่องได้สอดแทรกเข้ามาว่า เพตรา แม่ของเคท มีความกังวลในประเด็นนี้มาก เธอกลัวว่าทางการรัฐจะขับไล่เธอกลับไป จนเก็บตัวเงียบไม่กล้าออกไปสุงสิงกับโลกภายนอก

นอกจากนี้แล้วยังมีฉากบนรถโดยสารสาธารณะ ที่มีคู่รักกำลังพูดคุยกันในภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ จนมีชายคนหนึ่งด่าทอขับไล่ พร้อมกับเหยียดเชื้อชาติว่าหากพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็กลับประเทศไปเสีย แถมยังมีฉากหนึ่งที่เพตรากำลังดูโทรทัศน์อยู่ก็ได้เห็นภภาพข่าวการออกมาประท้วงเรียกร้องให้ประเทศอังกฤษ แยกตัวออกมาจาก EU หรือมันเป็นปรากฎการณ์ที่เรารู้จักกันในชื่อ Brexit นั่นเอง

ไม่เพียงแค่กลุ่มผู้อพยพเท่านั้น แต่กลุ่มคนสำคัญอีกหนึ่งกลุ่มที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ความสนใจก็คือ กลุ่มคนไร้บ้าน กลุ่มคนที่เป็นเหมือนกับชายขอบของสังคม ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างเหมาะสม ในช่วงเวลากลางคืนของฤดูอันหนาวเหน็บก็ทำได้เพียงเฝ้ารอให้ศูนย์พักพิงเปิดให้เข้าไปใช้บริการ เพื่อกินข้าว หรือเข้าสังคม แถมการสนับสนุนก็ยังไม่เพียงพอ สังเกตุได้จากการจำกัดการกินบิสกิต

ชาวเอเชียเองก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็นกลุ่มคนชายขอบในดินแดนแห่งนี้ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ค่อนข้างจะพิเศษหน่อย นั่นคือพวกเขาโอบรับความเป็นตะวันตก สะท้อนผ่านตัวละคร ซานต้า ที่รับบทโดยมิเชล โหย่ว เธอหลงรักเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลแห่งความสุขที่ไม่มีอยู่ในวัฒนธรรมบ้านเกิดของเธอ เธอเปิดร้านขายของที่ระลึกวันคริสต์มาส ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นชาวเอเชีย หรือชาวต่างชาติที่ไม่ใช่คนพื้นถิ่น

ในภาพยนตร์เราได้เห็นเธอมีความรัก ด้วยการมีชายหนุ่มผิวขาว ผมสีบลอนด์มาหลงใหล เขาคนนั้นเข้ามาจีบเธอด้วยท่าทางราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์ จนโดนนางเอก เคท แซวว่านี่มันเป็นหนังสั้นสแกนดิเนเวียนชัด ๆ (ซึ่งก็ยังไม่ใช่ชาวยุโรปอีกอยู่ดี)

แล้วทั้งหมดนี้มันถูกใส่เข้ามาทำไม? สำหรับเราแล้ว Last Christmas เป็นเหมือนการส่งสารของทีมผู้สร้างเพื่อส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมขึ้นมาในสังคม ตัวหนังไม่ได้โจมตีหรือแสดงนัยยะชัดเจนว่าประเทศใด ๆ ควรเปิดกว้างโอบรับทุกชาวอพยพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์มากกว่า คุณค่าที่ไม่สามารถตีค่า หรือวัดความสำคัญได้จากเชื้อชาติ หรือวิถีการดำเนินชีวิต

เมื่อบวกรวมเข้ากับบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสแล้ว นี่เป็นการบอกอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าเราจะมาจากที่ไหน หรือใช้ชีวิตอย่างไร ทุกคนล้วนต้องการความอบอุ่น ความสุข ความเข้าใจ และการยอมรับในตัวตนทั้งสิ้น เมื่อเราอยู่ในสังคมเดียวกันแล้ว การยอมรับความแตกต่างคือสิ่งที่จะสามารถทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข หาก Last Christmas จะเป็นหนังรัก เราคิดว่ามันก็เป็นเพราะเหตุนี้ล่ะ

Comments

comments